เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / 5 วิธีรักษาโรคต้อกระจก เจ็บน้อย แผลหายเร็ว

5 วิธีรักษาโรคต้อกระจก เจ็บน้อย แผลหายเร็ว

โรคต้อกระจก

เป็นอีกหนึ่งโรคทางสายตาที่เราอาจเคยได้ยินมาบ้างหลายครั้งที่เราเคยได้ยินปู่ ย่า ตา ยาย หรือผู้สูงอายุหลายๆคนบ่นว่ามองอะไรไม่ค่อยชัด ตาพร่ามัว เวลาอยู่ในที่แสงจ้า หรือบางทีจากเดิมที่คนเหล่านี้เคยใช้แว่นสายตาในการอ่านหนังสือกลับอ่านหนังสือได้ดีโดยไม่ต้องใส่แว่นสายตา อย่าคิดว่าสายตาของพวกเค้าจะดีขึ้น จริงๆแล้วมันคือสัญญาณเตือนของโรคต้อกระจกต่างหาก ซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่เข้ารับการรักษา ก็ร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้ โรคต้อกระจกจึงเป็นอีกโรคอันตรายที่เราควรรู้จัก และรู้วิธีการรักษาต้อกระจกค่ะ

โรคต้อกระจกคืออะไร?

ต้อกระจกหรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Cataract เป็นภาวะที่เลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพ จากที่เคยใสกลายเป็นขุ่นมัว ทำให้แสงเข้าไปในตาไม่ได้ จึงเกิดการมองเห็นไม่ชัดหรือตาพร่ามัวนั่นเอง ซึ่งใครที่เป็นต้อกระจกจะไม่มีการอับเสบหรือเกิดการเจ็บปวดและไม่ต้องกังวลว่ามันจะลุกลามไปยังตาอีกข้าง เพราะมันไม่ใช่โรคติดต่อ


Laser Cataract Surgery with LensAR

สาเหตุที่เกิดโรคต้อกระจก

ส่วนใหญ่ 80% ของคนที่เป็นต้อกระจกคือผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปแต่จะเป็นมากหรือน้อยแตกต่างกันไป ในที่นี้เรียกว่า “ต้อกระจกในผู้สูงอายุ หรือ Senile cataract” ส่วนอีก 20% จะเกิดขึ้นกับวัยอื่นจากสาเหตุอื่นๆ ดังนี้

  1. คนที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคขาดสารอาหาร ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ โรคพวกนี้ส่งผลให้เป็นต้อกระจกก่อนวัยได้
  2. เกิดจากการใช้ยาบางชนิดอย่างการใช้ยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์หรือกินยาที่มีสเตียรอยด์เป็นเวลานานหรือการใช้ยาลดความอ้วนบางชนิดก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อกระจกได้ หากหยุดกินยาดังกล่าว ต้อที่เป็นอยู่ก็จะไม่หายแต่ก็ช่วยระงับโรคไม่ให้ลุกลามได้
  3. เป็นมาแต่กำเนิด เช่น เด็กที่เกิดจากแม่ที่เป็นหัดเยอรมันในช่วงระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์, เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการหรือขาดสารอาหาร
  4. เกิดจากอุบัติเหตุอย่างรุนแรงทางตาอย่างการเล่นกีฬาเทนนิสแล้วลูกเทนนิสพุ่งเข้าตา, การประกอบอาชีพเชื่อมเหล็กแล้วไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันตา, การถูกของมีคมทิ่มแทงตา, เศษเหล็กกระเด็นใส่ตา เป็นต้น อาการเหล่านี้ถึงแม้จะถูกรักษาให้หายแล้ว แต่ก็มีโอกาสที่จะเป็นต้อกระจกได้
  5. การได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ทานอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าจัด ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดต้อกระจกก่อนวัยอันควรได้
  6. เกิดจากความผิดปกติของตาหรือเป็นโรคเกี่ยวกับตาอย่าง ตาติดเชื้อ ม่านตาอักเสบ ต้อหิน
  7. เกิดจากการถูกแสงแดดเป็นเวลานาน, การถูกฉายรังสีที่ตาเป็นเวลานานรวมถึงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อกระจกได้เช่นกัน

Phacoemulsification Cataract Surgery

วิธีการรักษาโรคต้อกระจก

หากใครสงสัยว่าตัวเองกำลังจะเป็นต้อกระจกก็ให้ไปพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด เพราะอาการตามัวนี้อาจจะเป็นโรคต้อหินก็ได้ซึ่งร้ายแรงกว่าหลายเท่า ซึ่งการรักษาต้อกระจกก็มีหลายวิธีด้วยกัน ดังนี้

  1. ในช่วงแรกที่ตรวจพบว่าเป็นต้อกระจกแพทย์จะให้เปลี่ยนแว่นสายตาหรือให้ใช้ยาหยอดตาก่อน เพื่อช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น
  2. รักษาต้อกระจกโดยการผ่าตัดต้อกระจกแผลใหญ่ (ECCE) คือการผ่าตัดแบบทั่วไปที่นิยมทำกัน โดยอันดับแรกของการผ่าตัดนั้นจะฉีดยาชาให้กับคนไข้ก่อน จากนั้นก็เปิดกระจกตาดำแล้วทำการดันเลนส์ที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน แล้วก็ปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็กเป็นอันเสร็จขั้นตอนการผ่าตัด
  3. การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง (Phacoemulsification / Ultrasound)นี่เป็นวิธีการผ่าตัดที่ทันสมัยที่สุด โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงดูดต้อกระจกออก จากนั้นก็ใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไป การผ่าตัดวิธีนี้จะได้รอยแผลมีขนาดที่เล็กมากเพียง 1.8 – 3 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่หากต้อกระจกสุกหรือแข็งตัวมาก แพทย์ไม่สามารถใช้วิธีการผ่าตัดนี้ได้ ต้องใช้วิธีการผ่าตัดแบบทั่วไปเท่านั้น
  4. การรักษาต้อกระจกด้วยเลเซอร์ (Femtosecond Laser)เป็นวิธีที่ใช้แสงเลเซอร์แยกเลนส์แก้วตาออกเป็นชิ้นๆ แล้วทำการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง วิธีนี้ทำให้แพทย์สามารถเปิดแผลได้อย่างแม่นยำคนไข้ก็ฟื้นตัวเร็วและลดโอกาสการติดเชื้อหรือการเกิดสายตาเอียงหลังการผ่าตัดได้ดี
  5. หากเป็นต้อกระจกไม่ควรคิดเสียดายเงินค่าผ่าตัดแล้วหันไปรักษาแบบพื้นบ้านเด็ดขาด เพราะพวกหมอที่ทำการรักษาไม่ใช้หมอจริงๆ เค้าจะทำการเดาะแก้วตา (Couching)โดยใช้เข็มดันแก้วตาให้หลุดไปด้านหลังของลูกตา จึงทำให้แสงผ่านเข้าไปในตาและมองเห็นได้ทันที แต่การรักษาแบบนี้อีกไม่นานก็จะเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาอย่างเกิดโรคต้อหิน เลือดออกในวุ้นลูกตาหรือประสาทตาเสื่อมจนถึงขั้นตาบอดได้

 เห็นมั๊ยว่าเมื่อเป็นต้อกระจกแล้วต้องทำการรักษายุ่งยากทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เราสามารถป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกได้โดยการสวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง หรือทานอาหารที่มีวิตามินเออย่างผักบุ้ง ผักคะน้า แครอท มะเขือเทศ มะละกอ ฯลฯ ก็ช่วยรักษาดวงตาได้ และที่สำคัญอย่าลืมไปตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปีด้วยนะคะ

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 80%

80%

คะแนนโหวต

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 4.63 ( 2 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.