เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / ความผิดปกติของตา อันตรายหรือไม่ ?

ความผิดปกติของตา อันตรายหรือไม่ ?

ความผิดปกติของตา

หรือการอักเสบของตานั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบของตาเนื่องจากอาการแพ้ การติดเชื้อ เป็นต้น นอกจากนี้ความผิดปกติของตาจากการเกิดอุบัติเหตุ  สามารถแบ่งเป็นความผิดปกติของตาได้ 2 ประเภท คือ ความผิดปกติที่เกิดบริเวณนอกลูกตาและความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในลูกตา


ตาและการมองเห็น วิทยาศาสตร์ ม.4-6 (ชีววิทยา)

ความผิดปกติที่เกิดบริเวณนอกลูกตา

เริ่มนับตั้งแต่กระจกตาออกมา และมักมีสาเหตุมาจากสารเคมี เช่น ของเหลวที่มีส่วนผสมของสารเคมีกระเด็นเข้าตาหรือสารเคมีที่ลอยปะปนอยู่ในอากาศปลิวเข้าตาจึงทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุตาขาว ในรูปแบบของการอักเสบที่แสดงออกให้เห็นเป็นสีแดง เป็นต้น

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในลูกตา

ตั้งแต่ส่วนที่อยู่ด้านในของตานับตั้งแต่กระจกตาเข้าไป โดยความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนของบริเวณนี้จะส่งผลอันตรายมากกว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับบริเวณภายนอกลูกตา เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยการรักษาจากจักษุแพทย์จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ตัวอย่างความผิดปกติบริเวณนี้และโรคตา เช่น การอักเสบของกระจกตา การอักเสบของม่านตา โรคต้อหิน โรคต้อกระจก โรคต้อเนื้อ ทำให้เกิดความผิดปกติในการมองเห็น เนื่องจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณนี้มีความสำคัญมาก

การที่ดวงตามีสภาวะที่แตกต่างไปจากปกติหรือไม่อยู่ในสภาวะที่ควรจะเป็นก็นับว่าเป็นความผิดปกติของตา ความผิดปกติของตายังถูกจำแนกย่อยออกไปอีก ซึ่งในกรณีนี้ความผิดปกติของตาที่สามารถพบได้ในปัจจุบันก็มีสาเหตุมาจากกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ สภาพแวดล้อม รวมถึงความผิดปกติของยีนส์ เช่น สายตาเอียง (Astigmatism), สายตาสั้น (Myopia), สายตายาว (Hyperopia), สายตายาวชนิดสัมพันธ์กับวัย (Presbyopia), ต้อกระจก อาการไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับคอมพิวเตอร์ (CVS), อ่อนไหวต่อแสง (แพ้แสง), ตาเหล่ ตาขี้เกียจ (Amblyopia / Lazy Eye), ตาบอดสี (color vision deficiency) เป็นต้น โดยจะยกตัวอย่างสาเหตุการเกิดความผิดปกติของตา อาการ การป้องกันและการรักษาในบางโรค ดังต่อไปนี้

สายตาเอียง (Astigmatism)

เกิดจากกระจกตาหรือเลนส์มีรูปร่างที่ผิดไปจากปกติ จึงทำให้การมองเห็นผิดจากภาพปกติเป็นภาพเบลอหรือเห็นภาพผิดเพี้ยน ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล ส่งผลข้างเคียง เช่น ในบางรายมีอาการปวดหัว ปวดตา หรือตาล้าหลังจากที่ใช้สายตาทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งเป็นเวลานานๆ ตัวอย่างเช่น การอ่านหนังสือ การใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น โดยสายตาเอียงสามารถเกิดขึ้นร่วมกับปัญหาสายตาสั้นหรือสายตายาวได้ แตกต่างกันไปแต่ละบุคคล อาการของสายตาเอียง อาการจะแสดงออกน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับความรุนแรงของค่าสายตาเอียง สามารถสังเกตได้จากการมองเห็นภาพปกติผิดเพี้ยนหรือผิดรูปร่างจากความเป็นจริง ที่สำคัญการมองเห็ฯทัศนวิสัยในช่วงกลางคืนจะมองเห็นได้ไม่ดีนัก หากมีอาการรุนแรงจะทำให้เห็นเป็นภาพซ้อน สายตาเอียงมี 2 ชนิด คือ สายตาเอียงแบบสม่ำเสมอและสายตาเอียงแบบไม่สม่ำเสมอ สายตาเอียงแบบสม่ำเสมอ สามารถแก้ไขได้โดยการใส่แว่นตา การใส่คอนแทนเลนส์หรือการผ่าตัดรักษากระจกตา สายตาเอียงแบบไม่สม่ำเสมอ มักมีสาเหตุมาจากการประสบอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบกระเทือนดวงตา ความผิดปกติในส่วนนี้ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการใส่แว่นตา การใส่คอนแทนเลนส์หรือการผ่าตัดรักษากระจกตา การป้องกันการเกิดสายตาเอียง ยังไม่มีวิธีการในการรักษาที่ชัดเจน แต่สามารถดูแลได้โดยการป้องกันไม่ให้ดวงตาได้รับความกระทบกระเทือน และใช้สายตาอย่างเหมาะสม เพื่อลดปัจจัยที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นสายตาเอียง


สายตาสั้น อาการ สาเหตุ การรักษาสายตาสั้น และ 9 วิธี ป้องกันสายตาสั้น

สายตาสั้น (Myopia)

เกิดจากสายตาไม่สามารถรับแสงหักเหที่มาโฟกัสตรงจอตาได้อย่างพอดี จึงทำให้มองเห็นวัตถุดังกล่าวได้ไม่ชัดเจน ผู้ที่มีปัญหาหรืออาการสายตาสั้นจะมองวัตถุที่อยู่ใกล้ชัดเจน แต่จะมองเห็นวัตถุที่อยู่ในระยะไกลไม่ชัด ทำให้ต้องเพ่งมองจนเกิดอาการตาล้าส่งผลให้ปวดหัว และจะมองเห็นได้ไม่ชัดในขณะขับขี่ยานพาหนะตอนกลางคืน ซึ่งเรียกว่าสายตาสั้นตอนกลางคืน (Night Myopia) ผู้ที่มีสายตาสั้นอาจได้รับการถ่ายทอดมาจากพันธุกรรมจากบุคคลในครอบครัวที่มีปัญหาด้านสายตาสั้น ผู้ที่ใช้สายตามากเกินไป เช่น อ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์ มือถือเป็นระยะเวลานานๆ รวมถึงผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกนอกบ้านก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดโอกาสสายตาสั้นได้มากกว่าผู้ที่ทำกิจกรรมนอกบ้านเป็นประจำเนื่องจากระดับแสงข้างนอกสว่างกว่าแสงภายในบ้าน การรักษาสายตาสั้นหากได้รับการรักษาที่ถูกวิธี ก็สามารถกลับไปมองเห็นได้ตามปกติ  การรักษามีหลายวิธี เช่น การสวมใส่แว่นตาถือเป็นการรักษาที่ปลอดภัยแล้วง่ายที่สุด การใส่คอนแทคเลนส์ การผ่าตัดที่รู้จักกันในว่าคือการทำเลสิก (Laser-Assisted In-Situ Keratomileusis: Lasik) การป้องกันสายตาสั้น ยังไม่มีวิธีป้องกันเพียงแต่มีวิธีช่วยชะลอการเกิดสายตาสั้นหรือการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะทำให้เกิดสายตาสั้นได้ ดังนี้ หมั่นตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ สวมแว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตาจากรังสียูวี รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นต้น

สายตายาว (Hyperopia)

สาเหตุจากการหักเหของแสงผิดปกติ มีสาเหตุมาจากลูกตาเล็กมีขนาดเกินไปหรือกระจกตาโค้งมนไม่เพียงพอ ทำให้ระยะห่างระหว่างกระจกตาและจอประสาทตาสั้นลง เป็นสาเหตุทำให้แสงจากวัตถุไม่โฟกัสบนจอประสาทตา แต่เลยไปโฟกัสหลังจอประสาทตาแทน ซึ่งทำให้ไม่สามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ในระยะใกล้ไม่ชัดเจน แต่จะมองเห็นวัตถุที่อยู่ระยะไกลได้อย่างชัดเจน หรืออาจจะมองเห็นไม่ชัดทั้งวัตถุที่อยู่ระยะใกล้และไกล โดยพบว่ามีผลมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมในกรณีของผู้ที่มีอายุน้อย และยังถูกพบได้ส่วนมากในผู้ที่อายุมาก อาการที่พบมองเห็นวัตถุที่อยู่ในระยะใกล้ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ซึ่งอาการโดยทั่วไปจะมีความคล้ายกับสายตาเอียงและสายตาสั้น การรักษาสายตายาว ในกรณีของผู้ที่มีอายุน้อยไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้นเลนส์ตาจะมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะปรับตัวและแก้ไขภาวะสายตายาวได้เอง ส่วนในกรณีผู้ที่มรอายุมากอาจใช้การสวมใส่แว่นตาหรือใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อช่วยปรับโฟกัสและแก้ไขปัญหาสายตาได้ นอกจากนั้นในผู้ป่วยบางรายอาจจะใช้วิธีการทำเลสิก (LASIK) หรือการผ่าตัดอื่นๆที่คล้ายกันช่วยแก้ไขความผิดปกติของตา การป้องกันสายตายาวยังไม่มีวิธีป้องกันได้แต่มีวิธีปกป้องดวงตาได้ดังนี้  ควรตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำ หมั่นสังเกตว่ามีอาการผิดปกติใดๆเกิดขึ้นกับดวงตาหรือไม่หากพบความผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ ส่วมใส่แว่นกันแดด เป็นต้น

ตาเหล่ ตาขี้เกียจ (Amblyopia / Lazy Eye)

คือภาวะที่ทำให้ดวงตามองเห็นภาพไม่ชัด หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะทำให้ความสามาถทางการมองเห็นลดลงและมีโอกาสตาบอดถาวรในอนาคต ส่วนมากจะเกิดขึ้นกับดวงตาเพียงข้างใดข้างหนึ่งแต่ในบางรายอาจจะพบได้ทั้งสองข้าง การรักษาตาขี้เกียจหากได้รับการรักษาตั้งแต่เด็กจะมีโอกาสหายขาดได้สูงกว่าในการรักษาเมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่ แนวทางในการรักษาจะเป็นการกระตุ้นให้ใช้งานดวงตาข้างที่กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง(ตาเหล่) เพื่อช่วยให้สมองทำงานประสานกับดวงตาข้างที่ใช้งานน้อยให้ถูกใช้งานมากขึ้น โดยอาจใช้วิธีการรักษาหลายวิธีควบคู่กัน ดังนี้ สวมใสแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์จะช่วยได้ในกรณีที่มีอาการทั้งสองข้าง ใส่ที่ครอบตากับดวงตาข้างที่ใช้งานบ่อยจะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ใช้ยาหยอดตาหยอดลงในตาข้างที่แข็งแรงเพื่อต้องการทำให้เกิดอาการมั่วและจะนำไปสู่การกระตุ้นการใช้งานของตาด้านที่ผิดปกติให้ได้ใช้งานมากขึ้น การผ่าตัด ในกรณีนี้บางเคสไม่สามารถช่วยให้ตำแหน่งของสายตากลับมาเป็นปกติ การป้องกันตาขี้เกียจ เด็กทุกคนมีโอกาสและความเสี่ยงในการเกิดขี้เกียจ ผู้ปกครองควนหมั่นสังเกตอาการและพบแพทย์ตามกำหนด หากตรวจพบอาการดังกล่าวควรรีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ผู้ที่ตาขี้เกียจควรรีบพบจักษุแพทย์

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 93%

93%

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 5 ( 1 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.