เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้ายตา

เป็นตัวยาที่ใช้เพื่อรักษาโรคทางตาเหมือนกัน ซึ่งทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันทั้งเนื้อของผลิตภัณฑ์และวิธีการใช้ ก่อนอื่นเรามาดูความหมายของยาตาทั้งสองชนิดนี้กัน


10 วิธีการใช้ยาหยอดตาและยาป้ายตา

ยาหยอดตา

ยาหยอดตาเป็นยาใช้ภายนอกรักษาโรคทางตาในรูปแบบของเหลว ส่วนใหญ่แล้วเป็นแบบน้ำ ปกติแล้วยาหยอดตาจะมีค่าความเป็นกรดด่างหรือค่าพีเอช (pH) ที่ 7.4 และมีค่าสภาพตึงตัวใกล้เคียงกับน้ำตา เพื่อให้เวลาหยอดตาแล้วไม่รู้สึกระคายเคืองต่อดวงตา

เนื่องด้วยลักษณะของยาหยอดตาเป็นของเหลวแบบน้ำ การใช้งานค่อยข้างสะดวกกว่าแบบชนิดยาป้ายตา ส่วนใหญ่เป็นอยู่ในบรรจุภัณฑ์แบบบีบ แต่มีการดูดซึมเข้าร่างกายได้น้อย  และฤทธิ์ของยาอยู่ไม่นาน

โดยทั่วไปยาหยอดตา จะมีการเติมสารป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียไว้ ซึ่งมีทธิ์เต็มที่ประมาณ 1 เดือนหลังจากเปิดใช้งาน ดังนั้นจึงควรใช้งานและเปลี่ยนทุกๆ 1 เดือน หลังการเปิดใช้

ประเภทของยาหยอดตามีด้วยกันสามประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันดังนี้

  1. ยาหยอดตา Naphazoline  เป็นยาหยอดตาที่ช่วยรักษาโรคตาแดงโดยตรง ออกฤทธิ์ในการบรรเทาอาการคัน และบวม
  2. ยาหยอดตา Tetrahydrozoline เป็นยาหยอดตาประเภทยาแก้แพ้ ช่วยในเรื่องการหดตัวของหลอดเลือด จึงสามารถช่วยรักษาโรคตาแดงได้อย่างดี
  3. น้ำตาเทียม (Eye Lubricant Drops) น้ำตาเทียมเป็นยาหยอดตาไม่ได้มีตัวยาเฉพาะผลิตให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติมากที่สุด โดยหน้าที่หลักช่วยให้ความชุ่มชื่นกับดวงตา ลดอาการระคายเคืองการใช้น้ำตาเทียมสามารถใช่ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ไม่มีอันตรายต่อดวงตา แต่ในบางรายอาจแพ้สารกันเสียที่อยู่ในน้ำตาเทียมได้ จึงอาจจำเป็นต้องเลือกใช้น้ำตาเทียมที่ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย

ขั้นตอนและวิธีการหยอดตา

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนหยอดตา และตรวจดูวันหมดอายุของยาหยอดตาก่อนใช้งาน
  2. ใช้วิธีการนอนหงายหรือนั่งแหงนหน้า เพื่อให้สะดวกในการหยอดตา
  3. ใช้นิ้วมือดึงกระพุ้งตาล่าง และเหลือบตามองขึ้นด้านบน
  4. จำนวนหยดที่ใช้ประมาณ 3-5 หยด หรือขึ้นอยู่กับตามจำนวนหยดที่แพทย์สั่ง
  5. ค่อยๆปล่อยมือและหลับตาทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ไม่ขยี้ตาหระว่างที่หลับตา สามารถใช้นิ้วกดบริเวณหัวตาไว้เบาๆได้เพื่อให้ตัวยาไม่ไหลออกมา แล้วจึงค่อยลืมตา จึงค่อยลืมตา

ยาป้ายตา

ยาป้ายตานั้นเป็นยาที่รักษาโรคทางตาชนิดขี้ผึ้ง นอกจากจะมีตัวยารักษาโรคแล้ว ยังช่วยลดอาการระคายเคือง เชื่อเมื่อรู้สึกว่ามีเศษวัสดุหรือฝุ่นละอองในดวงตา การใช้ยาป้ายตาจะช่วยเคลือบผิวเยื้อเยื่อของดวงตาไม่ให้สิ่งที่อยู่ในดวงตานั้นทิ่มตรงเนื้อเยื่อไปมากกว่าเดิมนั่นเอง

ยาป้ายตาชนิดขี้ผึ้งนั้นอาจทำให้ผู้ใช้เกิดความรำคาญ รู้สึกเห็นอะหนะดวงตา มองเห็นไม่ชัดเจนได้ ส่วนใหญ่นิยมป้ายก่อนนอน

ขั้นตอนและวิธีการป้ายตา

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะป้ายตา
  2. ใช้วิธีการนอนหงายหรือนั่งแหงนหน้า เพื่อให้สะดวกในการป้ายตา
  3. ดึงหนังตาล่างลง บีบยาประมาณครึ่งเซนติเมตร แล้วป้ายลงมาที่กระพุ้งหนังตาล่างอย่างระมัดระวัง
  4. หลับตา และคลึงบริเวณที่ป้ายตาให้ยากระจายทั่วลูกตา
  5. หลับตาสักครู่เพื่อให้ตัวยาทำงาน หากตัวยาเปื้อนออกมาข้างดวงตา ให้ทำความสะอาดให้เรียบร้อย ไม่ควรใช้ป้ายตาอีกรอบ
  6. กรณีที่จักษุแพทย์ให้ใช้คู่กับยาหยอดตาแนะนำให้หยอดตาก่อนจึงค่อยป้ายตา เว้นระยะห่างประมาณ 5 นาที

โดยสรุปแล้วทั้งยาหยอดตาและยาป้ายตาเป็นตัวยาที่ใช้เพื่อรักษาโรคในดวงตาเหมือนกัน การใช้งานต่างกันที่ตัวเนื้อของผลิตภัณฑ์ที่ยาหยอดตาส่วนใหญ่เป็นรูปแบบน้ำ ยาป้ายตาเป็นลักษณะขี้ผึ้งซึ่งยาหยอดตาใช้งานสะดวกกว่าแน่นอน เพราะโดยทั่วไปมาในรูปของขวดบีบ จึงไม่จำเป็นต้องใช้มือสัมผัสผลิตภัณฑ์ในขนาดที่ยาป้ายตานั้น ต้องใช้นิ้วมือในการป้าย ซึ่งเสี่ยงต่อเชื้อโรคที่อาจตกค้างอยู่บนนิ้วมือ


การใช้ยาหยอดตาและยาป้ายตา โรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง

หลังจากที่มีการใช้งานไป ตัวยาป้ายตาติดผิวตาได้ดีกว่ายาหยอดตา แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมองเห็นไม่ชัดเจน เนื่องจากยาป้ายตาไปบดบังสายตาทำให้รบกวนการมองเห็นต่างจากยาหยอดตาที่จะไม่บดบังการมองเห็นนั่นเอง

หรืออาจจะสรุปง่ายๆตามตารางดังนี้



ยาหยอดตา

ยาป้ายตา
1.ลักษณะ
เนื้อผลิตภัณฑ์
เป็นของเหลวแบบน้ำ มักอยู่
ในบรรจุภัณฑ์แบบหลอดบีบ
มีทั้งแบบเจลและแบบขี้ผึ้ง
2.การใช้งาน สามารถใช้ได้ทันทีโดยหยอดใส่ใต้กระพุ้งตา ตัวผลิตภัณฑ์ใช้ร่วมกับนิ้วมือในการป้ายด้านในกระพุ้งตา
3.การมอง
เห็นหลังใช้งาน
ไม่รบกวนการมองเห็น ด้วยลักษณะผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อเจล อาจบดบังสายตา รบกวนการมองเห็นได้
4.การออกฤทธิ์ของตัวยา ตัวยาติดที่ผิวดวงตาไม่ดีเท่ายาป้ายตาอาจต้องมีการเติมบ่อยครั้ง ตัวยายึดติดผิวตาได้ดีกว่ายาหยอดตา แนะนำให้ใช้ช่วงเวลาก่อนนอน

อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ร่วมกับดวงตาไม่ว่าจะเป็นยาหยอดตาหรือยาป้ายตา ควรอยู่ในการควบคุมดูแลของจักษุแพทย์ที่เชียวชาญ ไม่ควรซื้อมาใช้เอง เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยะที่บอบบางมาก หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกวิธีอาจทำให้สูญเสียดวงตาได้ จึงต้องงระมัดระวังอย่างมาก

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 95%

95%

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 5 ( 1 votes)

Check Also

น้ำตาไหลมากผิดปกติ

7 สาเหตุที่ทำให้ น้ำตาไหลมากผิดปกติ อ่านแล้วเข้าใจทันที

น้ำตาไหลมากผิดป …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.