เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / ตากระตุก เกิดจากอะไร ? บ่งบอกถึงอะไร มีคำตอบ

ตากระตุก เกิดจากอะไร ? บ่งบอกถึงอะไร มีคำตอบ

ตากระตุก Eye Twitching

เป็นเรื่องของโชคลางของหลายๆคน แต่หารู้ไม่ว่าอาการตากระตุกนั้นอาจจะเป็นสัญญาณบอกก็ได้ว่าคุณไม่ควรมองข้ามและดวงตาของคุณกำลังมีปัญหาแล้ว

ตากระตุกเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับเปลือกตา สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งตาล่างและตาบน แต่ส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นที่ตาด้านบนมากกว่า เกิดจากการเกร็งของเปลือกตา ซึ่งทั่วไปแล้วไม่ได้มีความรุนแรงและไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดและไม่เป็นอันตราย และสามารถหายเองได้  โดยความรุนแรงที่พบอาจแตกต่างกันออกไป บางรายอาจก่อให้เกิดความรำคาญ แต่ในบางรายอาจมีปัญหาตากระตุกจนทำให้เปลือกตาปิดลงมาได้ ซึ่งนี่เป็นอาการเกิดขึ้นจากความผิดปกติของประสาทที่ควรระวัง

ตากระตุกเกิดจากอะไร

สาเหตุของอาการตากระตุก

อาการตากระตุกนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก กล่าวคืออาจเกิดได้โดยไม่รู้ตัวหรือจากปัจจัยของการใช้ชีวิตเข้ามาก็มีส่วนร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการตากระตุกได้มีดังนี้

  • ความเครียด
    ความเครียดถือว่าเป็นสาเหตุอันดับต้นๆของอาการตากระตุก  เมื่อร่างกายเกิดความเครียด ร่างกายจะตอบสนองต่อความเครียด โดยทำให้เกิดอาการตากระตุกได้
    เพราะเมื่อเกิดความเครียด ระดับฮอร์โมนในร่ากายจะไม่คงที่ โดยฮอร์โมนนั้นมีส่วนส่งผลกับการทำงานของกล้ามเนื้อได้โดยตรงนั่นเอง
  • กรนอนไม่ตรงเวลา
    การนอนไม่ตรงเวลาก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มีอาการตากระตุก  บางคนอาจจะใช้เวลากลางคืนในการทำงาน  อ่านหนังสือทำให้ช่วงเวลากลางคืนที่ร่างกายต้องการพักผ่อนนั้นขาดการพักผ่อนไปนั่นเอง ซึ่งนี่เป็นการทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานมากกว่าปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อตา เกิดอาการล้าและมีอาการกระตุกร่วมด้วย
  • ตาแห้ง
    เมื่อมีการใช้สายตาจ้องมองเป็นเวลานานๆ หรือจ้องมือถือ จอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เช่นเวลาทำงาน ก่อให้เกิดอาการตาแห้ง ดวงตาขาดความชุ่มชื้น ซึ่งนี่ก็เป็นอีกสาเหตุนึงที่ส่งผลต่ออาการตากระตุก
    การแก้ไขเบื้อต้นจะแนะนำให้พักสายตาเป็นระยะๆ เช่นทุกๆ 1-2 ชั่วโมงหรือใช้น้ำยาหยอดตาควบคู่ไปด้วย
  • ขาดวิตามิน
    อาการตากระตุกนั่นสามารถเกิดขึ้นได้จากการขาดวิตามินได้เช่นกัน ซึ่งก็คือวิตามิน B12 ที่ช่วยบำรุงการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท
    โดยวิตามิน B12 สามารถพบได้ในอาหารจำพวกหอยลาย ปลาทูน่า ปลาแซลม่อน ตับ เนื้อวัว และผลิตภัณฑ์นมและเนยแข็งต่างๆ เป็นต้น
  • โรคภูมิแพ้
    อาการตาแห้งและคันก็เป็นอาการร่วมของโรคภูมิแพ้ ซึ่งเป็นอาการที่ส่งผลกระตุ้นต่อการเกิดอาการตากระตุก เนื่องจากฮีสตามีนที่เป็นสารในเนื้อเยื่อจะถูกปล่อยผ่านออกมา อันเป็นตัวกระตุ้นสำคัญนั่นเอง

นอกจากนั้นอาการตากระตุกที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จนเป็นอาการเรื้อรัง หรือที่เรียกกันในชื่อว่า”โรคตากระปริบ” ก็เป็นอีกประเภทของตากระตุกเช่นกัน โดยจะเกิดการกระตุกของหนังตาทั้งสองข้าง ซึ่งสาเหตุเช่น

  1. การดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป
  2. การระคายเคืองต่อภาพแวดล้อมและภาวะไวต่อแสง
  3. เยื่อบุตาอักเสบ

ในรายที่มีอาการรุนแรงหรือมีอาการตากระตุกเรื้อรังนั้น สามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และเป็นอาการเริ่มต้นของโรคบางชนิดได้เช่น

  1. โรคอัมพาตใบหน้า – เกิดร่วมกับอาการตากระตุก สาเหตุจากที่เส้นประสาทบนใบหน้าอักเสบและบวม
  2. ภาวะกล้ามเนื้อบิดเกร็ง – เป็นภาวะที่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเกิดอาการผิดปกติ มีอาการซ้ำๆโดยไม่สามารถควบคุมได้
  3. โรคคอบิดเกร็ง – ภาวะที่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อคอเกิดอาการผิดปกติ
  4. โรคปลอกประสาทเสื่อม – คือโรคที่เกิดจากปลอกประสาทในระบบประสาทอักเสบ
  5. โรคพาร์กินสัน – เป็นโรคที่ทำให้ร่างการเกิดการสั่นตลอดเวลา โดยเกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนทั้งแขนและขา ควมคุมความสมดลของร่างกายไม่ได้
  6. โรคทูเร็ตต์ – โรคนี้เป็นโรคที่มีอาการความผิดปกติของระบบประสาท ก่อให้เกิดการกระตุกของกล้ามเนื้อ

การรักษาโรคตากระตุก

การรักษาโรคตากระตุกมีหลายหลายรูปแบบตามอาการที่ผู้ป่วยมี มีทั้งวิธีรักษาเบื้องต้นด้วยตนเองและรักษาด้วยการแพทย์

  1. การประคบ – เป็นวิธีพื้นฐานการรักษาเมื่อเกิดอาการตากระตุก โดยการเลือกประคบร้อนหรือประคบเย็น ให้เริ่มจากการประคบอุ่นก่อน เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เปลือกตาคลายตัวลง แล้วจึงค่อยใช่ น้ำเย็นประคบข้างที่มีอาการ
  2. การนวด – เป็นอีกวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยการนวดกดจุด ให้นวดเป็นวงกลมรอบๆดวงตา ให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาผ่อนคลาย
  3. การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ – การใช้ยานี้ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาย โดยแพทย์จะใช้ยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการ ได้แก่ยาจำบวก ยาไตรเฮกซีเฟนิดิล, ยาโคลนาซีแพม และยาลอราซีแพมเป็นต้น
  4. การฉีดโบท๊อกซ์ – การฉีดโบท๊อกซ์นั้นจะใช้เมื่อผู้ป่วยเป็นโรคตากระตุกแบบเรื้อรัง โดยจะฉีดโบท๊อกหรือโบทูลินั่มท๊อกซินเพื่อช่วยหยุดอาการตากระตุก
  5. การผ่าตัด – เป็นการผ่าตัดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่อยู่ในเปลือกตาเพื่อนำออก แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากเสี่ยงต่อเส้นประสาทดวงตา จำเป็นต้องใช้แพทย์เฉพาะทาง และมีค่าใช้จ่ายสูง
  6. การฝังเข็ม – การฝังเข็มก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยได้ จำเป็นต้องอาศัยผู้ชำนาญเฉพาะทางเช่นเดียวกับการผ่าตัด โดยการฝังเข็มจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาได้

วิธีการดูแลตัวเองจากอาการตากระตุก

ตามที่ได้กล่าวไว้อาการตากระตุกโดยทั่วไปนั้นไม่อันตรายและสามารถหายเองได้ ซึ่งมีวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นดังนี้

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ควรพักผ่อนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงในแต่ละวัน
  2. แบ่งเวลาการใช้งานคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ หมั่นพักสายตาจากการใช้งานทุกๆ 1-2 ชั่วโมง
  3. ลดปริมาณแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
  4. กำจัดความเครียดที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการตากระตุกโดยหากิจกรรมทำ หรือออกกำลังกาย
  5. กรณีที่มีอาการเรื้อรัง หรือสงสัยว่าจะเกิดอาการแทรกซ้อนจากโรคตากระตุก ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป
มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 83%

83%

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 5 ( 1 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.