เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / สายตาสั้นเท่าไหร่ ถึงจะต้องตัดแว่น อยากรู้ต้องอ่าน!

สายตาสั้นเท่าไหร่ ถึงจะต้องตัดแว่น อยากรู้ต้องอ่าน!

สายตาสั้น

ต้องยอมรับว่าการใช้ชีวิตในปัจจุบันนี้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีอยู่ทั้งวัน การทำงานที่ต้องอยู่หน้าจอคอมทั้งวัน สังคม Social ที่ต้องออนไลน์ทั้งวัน จะพบได้ว่าการใส่แว่นตาเริ่มสามารถพบได้ตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เกมส์ออนไลน์ต่างๆ และช่องทางการสื่อสารเข้ามามีบทบาทกับคนทุกวัย จนบางครั้งเราลืมว่าการมองเห็นของดวงตาเราได้เปลี่ยนไป ส่งสัญญาณว่าดวงตาของเรากำลังมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นที่สายตาสั้นลง สายตายาวขึ้น  เหล่านี้เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับสายตาอีกชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากภาวะผิกปกติของสายตาที่ไม่สามารถรับแสงหักเหจากวัตถุที่มาโฟกัสตรงจอตาได้พอดี ส่งผลให้เห็นวัตถุไม่ชัดเจน


สายตาเท่าไรถึงควรตัดแว่น

โดยสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกว่าเรากำลังมีปัญหาสายตาได้แก่

  1. ดวงตาล้าเวลาใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์และมือถือ  กล้ามเนื้อของดวงตาจะทำงานหนักเมื่อต้องใช้สายตาเพ่งหรือจ้องมอง โดยเฉพาะตัวอักษรเล็กๆที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร์และมือถือที่ต้องใช้กล้ามเนื้อสายตาอย่างหนักในการอ่าน กับแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีปัญหาสายตาอยู่แล้ว ยิ่งทำให้มีปัญหามากขึ้นไปอีก นอกจากนี้พฤติกรรมที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่คือการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์หรือเล่นโทรศัพท์มือถือในที่แสงสว่างไม่เพียงพอด้วย ยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าสายตาแย่ลงไปอีก การแก้ไขเบื้องต้นคือควรไปตรวจค่าสายตา และเลือกใช้แว่นตาตามค่าสายตา การใช้เลนส์มัลติโค๊ทที่ช่วยสะท้อนแสงสีฟ้าที่เข้าไปกระทบดวงตาก็เป็นอีกชนิดของเลนส์ที่เป็นตัวช่วยที่ดี นอกจากนี้ผู้ที่จำเป็นต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน แนะนำให้มีการพักสายตาเสมอ เช่นทุกๆ 1-2 ชั่วโมง โดยการหลับตาพัก กระพริบตา มองไปยังพื้นที่ที่เป็นสีเขียว บางรายที่ตาแห้งง่ายๆแนะนำให้หยอดน้ำยาหยอดตา เพื่อให้กล้ามเนื้อดวงตาคลายลง
  2. อ่านหนังสือไม่ถนัดและต้องใช้แสงสว่างมากขึ้น
    นอกเหนือจากพฤติกรรมใช้คอมพิวเตอร์หรือเล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืดแล้ว การอ่านหนังสือเป็นที่มืดก็เป็นอีกพฤติกรรมที่บั่นทอนการทำงานของดวงตา การอ่านหนังสือควรอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อให้กล้ามเนื้อของดวงตาไม่ทำงานหนัก
    แต่หากคุณมีอาการเริ่มมองอ่านตัวหนังสือไม่ชัดเจน ต่อให้คุณเปิดไฟให้สว่างก็ยังรู้สึกว่าการมองยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร นี่อาจจะเป็นอาการที่บ่งบอกว่าคุณควรเข้ารับการตรวจสายตาและมีแว่นตาสายตา เพื่อช่วยในการอ่านหนังสือ
  3. ใช้ระยะห่างมากขึ้นในการอ่านหนังสือหรือใช้สายตา
    หมั่นสังเกตสายตาของตัวเอง หากจำเป็นต้องอ่านหนังสือหรือมองวัตถุสิ่งของแล้วต้องขยับสิ่งของให้ใกล้หรือไกลขึ้น นั่นหมายถึงสายตาของเราอาจะมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของสายตานั้นสามาถเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของอายุที่มากขึ้น และพฤติกรรมการใช้สายตา รวมไปถึงปัญหาสายตาที่เป็นต้นเหตุของโรคทางตาต่างๆ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ควรควรหมั่นเข้ารับการตรวจดวงตา เช็คค่าสายตาอย่างสม่ำเสมอ และเลือกใช้แว่นตาที่เหมาะสมกับค่าสายตาปัจจุบัน
  4. มีอาการปวดหัวบ่อยๆ
    รู้หรือไม่ว่าอาการปวดหัวที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นเพราะไม่สบายมีไข้เท่านั้น แต่หากการเพ่งสายตามากๆเป็นเวลานานก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มีการอาการปวดหัวได้  เนื่องจากกระบอกตาและกล้ามเนื้อจะทำงานหนักทำให้เกิดอาการปวดได้
    อาการปวดดังกล่าวสามารถบรรเทาได้โดยการสวมใส่แว่นตาเพื่อให้กล้ามเนื้อตาทำงานน้อยลง หรือพักสายตาบ่อยๆ ให้กล้ามเนื้อดวงตาคลายตัว และไม่ควรใช้ยาจำพวกพาราเซตาม่อนในการบรรเทาอาการปวด  เนื่องจากเป็นการรักษาที่ไม่ตรงจุด
  5. เมื่อคุณมองเห็นแสงเป็นวงแหวนรอบๆวัตถุ
    เมื่อดวงตาถูกใช้งานอย่างหนัก บางครั้งดวงตาของคุณไม่สามารถจับภาพได้ หรือที่เราเรียกว่าตาเบลอนั่นเอง เมื่อมีอาการตาเบลอ แสงและวัตถุที่เห็นตรงหน้านั้นจะถูกทำให้ภาพที่เห็นเบลอหรือแตกออก มองเห็นเป็นวงแหวนหลายๆขนาด
    เบื่องต้นให้หลับตาพักสักครู่แล้วจึงค่อยๆลืมตาปรับรับกับแสงภายนอก อย่างไรก็ตาม อาการที่เห็นแสงเป็นวงแหวนรอบๆวัตถุนั้นอาจพบได้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อกระตก ซึ่งหาพบร่วมกับการมองเห็นภาพไม่ชัด ควรรีบเข้าพบปรึกษาแพทย์
  6. กรรมพันธุ์
    นอกเหนือจากพฤติกรรมการใช้สายตาและอายุที่มากขึ้นนั้น กรรมพันธุ์ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ค่าสายตาเปลี่ยนไป โดยพบว่าบุคคลที่มีพ่อแม่สายตาสั้นทั้งคู่มีแนวโน้มที่จะสายตาสั้นได้สูง ส่วนใหญ่แล้วอาการดังกล่าวพบได้ตั้งแต่ยังเด็กๆ
    พ่อแม่ที่มีปัญหาทางสายตาทั้งคู่ เมื่อมีบุตรอาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ และคอยหมั่นสังเกตุเรื่องอาการทางสายตาของบุตรเพื่อช่วยถนอมสายตาตั้งแต่ยังเด็ก
    ปัญหาสายตาสั้น สายตายาวไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกที่ช่วยใหนการมองเห็นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่แว่นตา สวมคอนแทคเลนส์ ไปจนถึงการทำเลสิกค่าสายตา จึงหมั่นตรวจเช็คค่าสายตาให้เป็นปัจจุบันเสมอ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรได้รับการตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง

แม้ว่าเหล่านี้จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาสายตาผิดปกติหรือสายตาสั้น แต่นี้เป็นแค่วิธีแก้ไขที่ปลายเหตุ ฉะนั้นการป้องกันที่ดีจึงควรเตรียมพร้อมและรับมือกับปัญหาสายตาโดยการถนอมดวงตาของเราเอง ไม่ให้ดวงตาทำงานหนักเกินไป

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 94%

94%

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 4.73 ( 2 votes)

Check Also

น้ำตาไหลมากผิดปกติ

7 สาเหตุที่ทำให้ น้ำตาไหลมากผิดปกติ อ่านแล้วเข้าใจทันที

น้ำตาไหลมากผิดป …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.