เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / 6 วิธีป้องกันหนังตาตก ตาปรือ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

6 วิธีป้องกันหนังตาตก ตาปรือ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

หนังตาตก

ภาวะหนังตาตกหย่อนเป็นหนึ่งในโรคของเปลือกตาที่เปลือกตาห้อยย้อยตกลงมาบดบังดวงตาต่ำกว่าปกติ ซึ่งอาจตกลงมาเพียงเล็กน้อยไปจนถึงตกลงมาจนปิดรูม่านตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ในบางรายอาจเพียงแค่ทำให้รูปลักษณ์เปลี่ยนแปลงไปแต่ไม่ส่งผลต่อการมองเห็นมากนัก และในบางรายนั้นตกจนไปปิดบังลานตาและมุมในการมองเห็น

อาการหนังตาตก นั้น สามารถเป็นข้างเดียว หรือ เป็น ทั้ง 2 ข้างซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดแต่ทำให้การมองเห็นลดลงได้  ซึ่งมีวิธีการสังเกตดังนี้

  • เมื่อของภาพที่อยู่ตรงหน้า จะจำเป็นต้องเงยหน้า หรือ โก่งคิ้วเพื่อให้มองเห็นชัดเจน ไม่สามารถมองตรงตามปกติได้เนื่องจากชั้นหนังตาที่ห้อยย้อยลงมานั้นบดบัง
  • เกิดภาวะแทรกซอนต่อดวงตา ระดับสายตา ลานสายตา และการมองเห็น กล่าวคือเมื่อหนังตาตกหย่อนเป็นเวลานานนั้น ทัศนวิสัยการมองจะเปลี่ยนไป มีผลต่อดวงตา ทำให้ตวงตาต้องเพ่งมองหรือใช้สายตามากกว่าปกติ
  • เวลาส่องกระจกจะพบว่าดวงตา 2 ข้างไม่เท่ากัน ตาเล็กแคบกว่าปกติ
  • หนังตาตกสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัยเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา

Rare Eye Conditions You Have To See To Believe

สาเหตุที่ทำให้หนังตาตกและหย่อน

สาเหตุของหนังตาตกนั้นเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย เช่น

  • หนังตาตกตั้งแต่กำเนิดเกิดจากกล้ามเนื้อที่หนังตามีความผิดปกติมาแต่กำเนิด ส่วนใหญ่จะพบความผิดปกติข้างเดียวข้างใดข้างหนึ่ง สามารถพอได้ประมาณร้อยละ 70 เปอร์เซ็นต์
  • เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีผลต่อระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง  โรคเนื้องอกหรือมะเร็งที่สมอง หรือ เกิดอุบัติเหตุโดยตรงกับระบบประสาทที่ตา
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น ก็มีผลทำให้กล้ามเนื้อตามผิดปกติ ผิวหนังในร่างกายหย่อนคล้อยหย่อนยาน จนทำให้หนังตาตกได้เช่นกัน
  • เกิดจากภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดตา เช่น การผ่าตัดทำตา 2 ชั้นซึ่งอาจไม่ได้มาตรฐานหรือเกิดจากความไม่ชำนาจของแพทย์ การผ่าตัดต้อ การทำเลสิก รวมถึงเนื้องอกที่ตาก็มีส่วนเช่นกัน
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้ออ่อนแรงก็มีส่วนเช่นกัน โดยนอกจากจะทำให้หนังตาตกหรือกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวอ่อนแรง ยังทำให้กล้ามเนื้อบริเวณอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อใบหน้า แขน และขา มีอาการอ่อนแรงได้เช่นกัน

ในส่วนของเปลือกตาหย่อนนั้นจะมีความแตกต่างนิดหน่อย กล่าวคือสามารถเกิดได้จากเชื้อชาติ และกรรมพันธุ์และอายุที่เพิ่มขึ้น มีผลให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังและกล้างเนื้อเปลือกตาลดลง ส่งผลให้ผิวหนังยืดหย่อนห้อยลงมา โดยส่วนใหญ่แล้วพบได้ทั่วไปในผู้สูงอายุหรือที่มีอายุ 60 ปีเป็นต้นไป

วิธีการรักษาหนังตาตกและหย่อน

การรักษาหนังตาตกนั้น จักษูแพทย์จะประเมินสภาพร่างกายของผู้ป่วยและตรวจวินิจฉัยสาเหตุของอาการเปลือกตาตกหย่อน เพื่อการรักาที่ถูกต้องและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาหรือจากโรคอื่นๆที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ก่อนโดยทั่วไปแล้วแพทย์ทำการผ่าตัดรักษาด้วยการยกชั้นหนังตา ยกเว้นในรายที่มีความผิดปกติจากระบบประสาทและสมอง ต้องรักษาตามอาการโดยแพทย์เฉพาะทาง

การผ่าตัดรักษา แพทย์จะทำการผ่าตัดยกเปลือกตาเป็นตา 2 ชั้น ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำการรักษา จึงไม่ค่อยแนะนำให้ทำตามคลินิกศัลยกรรมทั่วไป เพราะการผ่าตัดเปลือกตานั้นใกล้บริเวณดวงตาและประสาทตานั่นเอง

โดยทั่วไปการผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังการผ่าตัดจะมีอาการบวมเขียวประมาณช่วง 1 สัปดาห์และจะกลับมาดีขึ้นเป็นประมาณ 1-2 เดือนหรือแล้วแต่สภาพของผู้ป่วย หลังพักฟื้นผู้ป่วยต้องหลีกเลี่ยงการใช้สายตานานๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แสงจ้า การใช้โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน หรือ คอมพิวเตอร์ จนกว่าแผลที่ตาจะหาย ควบคู่กับการใช้แว่นตากันแดดเพื่อปกป้องดวงตาจากแสงจ้า ฝุ่น และลมอยู่เสมอ ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องสายตาสั้น หรือสายตายาวนั้น อาจจำเป็นต้องปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อเปลี่ยนแว่นตาให้เหมาะสมกับดวงตา จนกว่าเปลือกตาสามารถใช้งานได้ตามปกติ ทั้งนี้อย่าลืมว่าภาวะเปลือกตาตกหย่อนและโรคของเปลือกตาอื่นๆ จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านจักษุตกแต่งและเสริมสร้างเท่านั้นเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ต่อไป


Glaucoma (open-angle, closed-angle, and normal-tension) – pathology, diagnosis, treatment

วิธีการป้องกันและการดูแลหนังตาตก

นอกจากที่เราต้องดูแลและปกป้องดวงตาของเราแล้ว เปลือกตาก็เป็นอวัยวะอีกส่วนที่สำคัญ ซึ่งมีวิธีการดูแลเบื้องต้นพื้นฐานดังนี้

  1. เมื่อรู้สึกว่าตาแห้ง ให้กะพริบตาบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นการสร้างและการหลั่งของน้ำตาหรือใช้น้ำตาหยอดตา เป็นการช่วยถนอมเยื่อบุตา และช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดวงตา
  2. พักการใช้สายตาอย่างน้อยทุก 1-2 ชั่วโมงในกรณีที่ต้องมีการเพ่งหรือใช้กล้ามเนื้อตามากกว่าปกติ เช่น ใช้งานคอมพิวเตอร์ งานที่ต้องการความละเอียดสูงๆหรืองานที่ต้องเผชิญกับแสงแดดจ้า
  3. ทำความสะอาดดวงตาและเปลือกตาด้วยน้ำสะอาดทุกวัน หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ในผู้ที่ต้องแต่งหน้าบริเวณดวงตาต้องให้ความสำคัญการเช็ดหรือทำความสะอาดรอบดวงตารวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เช่นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวบางชนิดมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้รอบดวงตา
  4. หากมีความผิดปกติที่เปลือกตา หรือ ดวงตา ควรปรึกษาจักษุแพทย์ ไม่แนะนำให้ซื้อมาหยอดตาเอง
  5. ระมัดระวังการใช้วัสดุ เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานสำหรับดวงตา เช่น คอนแทคเลนส์บิ๊กอาย น้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยให้ระมัดระวังเลือกที่ได้คุณภาพและมาตรฐานเพราะจะต้องสัมผัสผิวดวงตาโดยตรง
  6. ในรายที่มีปัญหากล้ามเนื้อหนังตาตกหรือหย่อนมากๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์หรือศัลยแพทย์เฉพาะทางเพื่อ
มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 90%

90%

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 4.95 ( 7 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.