เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / 11 วิธีป้องกันอาการตาล้า ปวดตาจากหน้าจอคอม

11 วิธีป้องกันอาการตาล้า ปวดตาจากหน้าจอคอม

อาการตาล้า

อาการตาล้าเป็นอาการผิดปกติของดวงตาที่เกิดขึ้นจากวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเมื่อดวงตาเกิดภาวะอ่อนล้าจากการใช้สายตาอย่างหนักเช่นการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การเพ่งอ่านหนังสือ การเพ่งขับรถ หรือการใช้สายตาในที่แสงจ้ามากๆ เช่นกลางแดด กล่าวคือเป็นการที่ดวงตาต้องทำงานในสภาวะที่ไม่ปกติ ก่อให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อตา ทำให้กระพริบตาน้อยลง มีอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อตา

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าช่องทางการติดต่อกันส่วนใหญ่นั่นผ่านทางเทคโนโลยี่เกือบทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่การทำธุรกรรมต่างๆ เราจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปหับจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอมือถือ ซึ่งนี่น่าจะเป็นสาเหตุหลักของอาการตาล้าในยุคปัจจุบัน

แม้ว่าอาการที่พบส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและสามารถหายได้จากการพักสายตาเป็นเวลาสักพัก แต่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเราได้มีการใช้สายตามากเกินไปและอาจจะเป็นสัญญาณของร่างกายที่บอกถึงอาการผิดปกติทางตาได้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องระวัง


#อาหารและสุขภาพ 7 วิธี ลดอาการตาล้า

สัญญาณและอาการตาล้า

  • รู้สึกล้า คัน หรือปวดบริเวณรอบๆดวงตา
  • ตาพร่ามัว เห็นภาพไม่ชัด ทั้งระยะไกลหรือระยะใกล้ หรือมองเห็นภาพซ้อน
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้และปวดหัว
  • น้ำตาคลอ บางรายมีอาการตาแห้ง รู้สึกแสบเวลากระพริบดวงตา
  • ดวงตาไวต่อแสง เมื่อเปลี่ยนไปที่มืดมากๆ หรือสว่างมากๆ  รู้สึกวูบ

สาเหตุที่พบได้บ่อยอันดับหนึ่งของอาการตาล้าก็คือการจ้องหน้าคอมพิวเตอร์หรือจอมือถือต่างๆเป็นเวลานานๆ ได้แก่พนักงานออฟฟิศและกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมเล่นเกมส์

การอ่านหนังสือที่มีตัวอักษรเล็กๆเป็นเวลานานในที่ที่แสงไม่เพียงพอ หรือการสัมผัสกับแสงที่จ้า หรือสว่างมากกว่าปกติก็เป็นเหตุให้เกิดอาการดวงตาล้า

รวมไปถึงผู้ที่พักผ่อนน้อยจนร่างการเกิดความอ่อนเพลียก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอาการล้ากล้ามเนื้อตาเช่นกัน

การป้องกันและรักษาอาการตาล้า

การป้องกันพื้นฐานที่สามารถปฏิบัติได้ง่ายที่สุดคือการพักสายตาเป็นระยะๆ จากการทำงานหนักที่ต้องใช้สายตา ตัวอย่างเช่น

  • เวลาทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ควรมีแสงสว่างเพียงพอและทั่วถึง จอคอมไม่สะท้อนเงาแดด ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือในเวลากลางคืนแบบปิดไฟเล่น ซึ่งยิ่งเป็นการให้ดวงตาต้องเผชิญกับแสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอมือถือ ที่ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาอย่างมาก
  • เวลาดูโทรทัศน์ เปิดไฟให้แสงสว่างเพียงพอ ไม่มืดไป หรือไม่สว่างไป เนื่องจากตวามแตกต่างกันของแสงสว่างจากจอโทรศัทน์และความสว่างของห้องก็เป็นสาเหตุให้ดวงตาอ่อนล้าจากแสงได้
  • เมื่ออ่านหนังสือ ให้อยู่ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ หรือในแสงไฟที่เหมาะกันการอ่านหนังสืออย่างแสงไฟสีขาวเป็นต้น การใช้โคมไฟตั้งโต๊ะเพื่อให้แสงสว่างเวลาอ่านหนังสือ ควรปรับให้สว่างกำลังดี ซึ่งข้อดีของการใช้โคมไฟคือแสงจะตรงไปยังหนังสือที่อ่าน และไม่เข้าสู่ดวงตาโดยตรง
  • พยายามพักสายตาเป็นระยะๆ โดยพยายามพักทุก 15 นาที ลองหันไปรอบๆห้องให้ดวงตาปรับรับกับแสงธรรมชาติรอบๆตัว มองไปยังจุดไกลๆ แล้วหลับตาสักครู่หนึ่ง การมองสีเขียวของต้นไม้ธรรมชาติก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ดวงตาได้คลายจากความล้าเช่นกัน
  • การกระพริบตาถี่ๆ ก็จะช่วยให้ดวงตาผลิตน้ำตามา เพื่อให้ดวงตาหล่อลื่น ให้ความชุ่มชื้นกับดวงตา ลดอาการตาแห้งซึ่งเป็นส่วนที่ก่อให้เกิดปัญหาในดวงตาและสายตาต่อไปได้
  • กรณีที่ตาแห้งมากๆ ควรมีน้ำตาเทียมพกติดตัวไว้สำหรับหยอดให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตาด้วย ทั้งนี้น้ำยาหยอดตาควรเป็นน้ำยาที่มีมาตรฐาน และได้รับการแนะนำจากจักษุแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้วย ไม่ควรใช้น้ำยาหยอดตาแฟชั่นต่างๆ ที่ให้ความเย็นหรือทำให้ตาหวาน เพราะดวงตาอาจเกิดความระคายเคืองได้
  • นอกจากเรื่องของแสงสว่างแล้ว อุปกรณ์เสริมสำหรับผู้มีปัญหาทางสายตาอย่างแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ก็มีส่วนเช่นกัน โดยควรมีค่าสายตาที่เหมาะสม ไม่ใช้คอนแทคเลนส์แฟชั่นที่ไม่ได้รับมาตรฐาน มีค่าน้ำน้อย ก่อให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคืองง่าย แว่นสายตาควรมีการตรวจเช็คเพื่อเปลี่ยนเลนส์ให้เหมาะสมกับสายตา ตัวโครงแว่นให้พอดีกับรูปใบหน้า ไม่บีบรัดจนเกินไป
  • บริหารดวงตา แน่นอนว่าดวงตาวรได้รับการบริหารไม่ต่างกับกล้ามเนื้อของร่างกาย เอให้คล้ายความเหนื่อยล้า ทำได้โดยกรอกตาไปมาซ้ายขวา จากนั้นให้กรอกตาลงล่าง ทำต่อเนื่องกัน 5-10 ครั้ง
  • ทานวิตามินบำรุง การทานวิตามินบำรุงในที่นี่ไม่ได้หมายถึงในรูปของยาหรืออาหารเสริมที่อัดเป็นเม็ดเสมอไป เป็นเป็นวิตามินที่ได้จากการบริโภคอาหารธรรมชาตที่มีวิตามินเอเป็นส่วนประกอบ ซึ่งช่วยในการบำรุงสายตาและกลุ่มอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน ที่พบได้ใน แครอท ฟักทอง มะละกอ และผักใบเขียวอย่างบรอกโคลี่ ผักบุ้ง ตำลึงเป็นต้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ งด/ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่
  • อีกหนึ่งวิธีคือการประคบร้อน วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณตาได้ดี โดยใช้สำลีชุบน้ำอุ่นแล้วนำมาประคบบริเวณดวงตา ประมาณ 3-5 นาที

วิธีแก้ปัญหาปวดล้าสายตาจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ปวดหัว มองภาพไม่ชัด

ทั้งนี้ทั้งนั้นอาการตาล้าเกิดจากการใช้สายตาจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันต่างๆควรมีการพักสายตาอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้การใช้สายตาของเรานั้นไม่หนักจนเกินไป

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 84%

84%

คะแนนโหวต

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 0 ( 2983 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.