เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / 9 วิธีการรักษาม่านตาอักเสบ อาการและสาเหตุ

9 วิธีการรักษาม่านตาอักเสบ อาการและสาเหตุ

“ม่านตาอักเสบ”

เป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาชนิดหนึ่ง ซึ่งโรคนี้เป็นโรคร้ายแรงที่อันตรายจนถึงขั้นทำตาบอดได้ ฉะนั้นใครที่กำลังรู้สึกถึงความผิดปกติทางดวงตา ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะส่งผลเสียตามมา ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายที่ใช้ในการมองเห็น ดังนั้นดูแลมันหน่อยก็ดีค่ะ


Best Way To Get Rid Of Iritis – Natural Remedies For Iritis

ม่านตาอับเสบคืออะไร?

                โรคม่านตาอับเสบหรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Iritis เกิดจากการที่เนื้อเยื่อภายในลูกตาอักเสบ โดยสามารถอับเสบได้ทั้งส่วนหน้า ส่วนกลางและส่วนหลัง และอาจมีการอับเสบของจอประสาทตาร่วมด้วย คนที่เป็นโรคนี้จะรู้สึกปวดตา ตามัว น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ เห็นจุดลอยไปมาและตาแดงในส่วนรอบๆตาดำ อาจมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และมักจะเป็นแค่ตาเพียงข้างเดียว ม่านตาอักเสบเป็นโรคที่พบได้น้อย แต่เกิดได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว หากเป็นโรคนี้ควรรีบไปรักษาทันที หากปล่อยปะละเลยไม่ไปรักษาจะเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นและอาจอันตรายจนถึงขั้นตาบอดจากโรคม่านตาอับเสบเองหรือตาบอดจากภาวะแทรกซ้อนอย่างต้อกระจกหรือต้อหินได้

                การอับเสบของม่านตาแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ แบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง หากเป็นแบบเฉียบพลัน จะเกิดการอับเสบอย่างรวดเร็วและเป็นอยู่ไม่เกิน 3 เดือน แต่หากเป็นแบบเรื้อรัง การอับเสบจะเป็นต่อเนื่องมากกว่า 3 เดือนหรือเป็นๆหายๆ

สาเหตุที่เกิดม่านตาอักเสบ

ม่านตาอักเสบเกิดได้หลายสาเหตุ ดังนี้

  1. เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส เชื้อปรสิต วัณโรค
  2. เกิดจากโรคอื่นๆ เช่น โรคไซนัสอักเสบ โรคไขข้ออักเสบ โรคสมองอักเสบ โพรงกระดูกอักเสบ เริม โรคเรื้อน เป็นต้น
  3. เกิดจากการลุกลามของโรคติดเชื้อภายนอกลูกตา เช่น เยื่อตาขาวอักเสบ กระจกตาอักเสบ แผลกระจกตา ตาแดงบางชนิด
  4. เกิดจากการได้รับอุบัติเหตุทางตาอย่างรุนแรงอย่างการถูกกระแทกด้วยของมีคม
  5. เกิดจากปฏิกิริยาภูมิต้านตนเอง
  6. การสูบบุหรี่จัด
  7. ในบางรายก็เกิดโรคนี้ขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

Iritis: Cloudy days

วิธีการรักษาม่านตาอักเสบ

  1. หากรู้สึกปวดตา ตาแดงหรือตามัวควรไปโรงพยาบาลเพื่อให้จักษุแพทย์ตรวจหาสาเหตุเพื่อที่จะรักษาได้อย่างทันท่วงที
  2. หากเป็นม่านตาอักเสบ แพทย์จะให้ยาหยอดตาที่มีฤทธิ์ทำให้รูม่านตาขยาย อย่างยาหยอดตาอะโทรปีน(Atropine eye drop) ชนิด 1% เพื่อลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อม่านตา จะทำให้ปวดตาน้อยลง และตาที่แดงก็ลดน้อยลงด้วย ซึ่งยาหยอดตาชนิดนี้จะทำให้ตามัวได้แต่จะหายไปเองหลังจากหยุดใช้ยาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ที่สำคัญยานี้ให้ใช้เฉพาะตอนที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามนำไปใช้กับคนที่เป็นความดันในลูกตาสูงหรือต้อหินเด็ดขาด
  3. บางทีแพทย์ก็อาจจะจ่ายยาหยอดตาสเตียรอยด์(Steroid eye drops) ร่วมกับยาหยอดตาอื่น เพื่อลดการอักเสบของตา
  4. หากใช้ยาหยอดตาสเตียรอยด์(Steroid eye drops) หยอดแล้วตายังอักเสบอยู่ แพทย์ก็อาจใช้ยา  สเตียรอยด์ชนิดฉีดแทน โดยทำการฉีดเข้าบริเวณข้างๆลูกตาในกระบอกตาและสามารถฉีดซ้ำได้เป็นระยะ ๆทุก 2-6 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของยาฉีดและการอักเสบของตาด้วย
  5. ในกรณีที่ใช้ยาหยอดตาก็แล้ว สเตียรอยด์ก็แล้วก็ยังไม่ได้ผล แพทย์อาจจะสั่งจ่ายสเตียรอยด์ชนิดทานให้ หลังจากควบคุมการอักเสบได้แล้วก็ค่อยๆลดปริมาณยาลงอย่างช้าๆ โดยไม่หยุดทันทีเพราะจะทำให้โรคกำเริบขึ้นมาได้อีก
  6. หากการรักษาด้วยสเตียรอยด์ทั้ง 3 แบบยังไม่ได้ผล แพทย์อาจให้ใช้ยากลุ่มที่กดระบบภูมิคุ้มกันในการรักษาโรคก็ได้ แต่ยากลุ่มนี้ต้องใช้แบบระมัดระวังเพราะมีผลข้างเคียงต่อระบบเลือด ระบบน้ำเหลือง ไตและตับและได้
  7. ในกรณีที่คนไข้เป็นโรคม่านตาอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์ก็จะให้ใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
  8. รวมถึงรักษาโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคม่านตาอักเสบด้วย
  9. เมื่อเป็นโรคม่านตาอักเสบให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด, รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ตรงตามเวลา สม่ำเสมอ ไม่ขาดยาและไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ห้ามผิดนัดเด็ดขาด

ทั้งนี้เราก็ควรจะหาวิธีป้องกันโรคม่านตาอักเสบด้วยการรักษาสุขภาพร่างกายด้านพื้นฐานให้ดีโดยการปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ,ทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ให้ได้ในทุกวัน,ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ,นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ, ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่และเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปีที่สำคัญเลยคือไม่ควรซื้อยามาหยอดตาเองเด็ดขาด โดยเฉพาะยาในกลุ่มสเตียรอยด์ เนื่องจากหากใช้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคต้อหินตามมาได้ ซึ่งอันตรายมากทีเดียว

หากกำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคม่านตาอักเสบหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรรีบไปหาจักษุแพทย์เลย เพื่อจะได้วินิจฉัยและเข้ารับการรักษาทัน เพราะในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคม่านตาอักเสบมากถึงปีละ 350,000 คนเลยทีเดียวและมีแนวโน้มที่จะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่าด้วย ดังนั้นการดูแลรักษาดวงตาให้ดีจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 7.5

7.5

คะแนนโหวต

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 4.55 ( 1 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.