เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / 7 วิธีป้องกันอาการจอประสาทตาเสื่อม มีทางหายขาด

7 วิธีป้องกันอาการจอประสาทตาเสื่อม มีทางหายขาด

อาการจอประสาทตาเสื่อม

ในวัยทำงานที่ต้องใช้สายตาในการจ้องจอคอมพิวเตอร์บ่อยๆ เสี่ยงต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมมาก คุณอาจจะคิดว่าอาการตามัว มองเห็นภาพไม่ชัด เป็นเพราะสายตาคุณสั้น ถ้าเป็นเพราะสายตาสั้นจริงๆก็คงจะดีกว่าพบว่าเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมใช่มั๊ยละคะ? แล้วโรคจอประสาทตาเสื่อมคืออะไร? ไปหาคำตอบกัน

โรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-Related Macular Degeneration: AMD) คือภาวะที่นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น ซึ่งสาเหตุมาจากจุดรับภาพที่อยู่ตรงกลางของจอประสาทตาเสื่อม พบได้ในวัยทำงานที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่จะพบได้บ่อยในวัยผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 

สาเหตุและอาการของจอประสาทตาเสื่อม

โรคจอประสาทตาเสื่อมโดยทั่วไป มีอยู่ 2 ชนิด ดังนี้

  1. จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง (Dry AMD) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ถึงร้อยละ 90 ของผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ จะมีจุดสีเหลืองบริเวณจอรับภาพตรงกลางของประสาทตา เรียกว่า ดรูเซ่น (Drusen) สะสมอยู่ใต้จอประสาทตา ซึ่งจุดนี้จะไปทำลายเซลล์รับแสง ทำให้ความสามารถในการมองเห็นค่อยๆลดน้อยลงเรื่อยๆ
  2. จอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD) เป็นชนิดที่พบได้น้อยกว่าแบบชนิดแห้ง ประมาณร้อยละ 10 ก่อนที่จะเป็นจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบชนิดแห้งมาก่อน จอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียกนี้เกิดจากเส้นเลือดฝอยด้านหลังของจอประสาทตาผิดปกติ ซึ่งมีของเหลวในหลอดเลือดรั่วไหลไปโดนจุดรับภาพ จึงมีผลทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็วและรุนแรง

สาเหตุของโรคจอประสาทตาเสื่อม

  • พบได้ในวัยผู้สูงอายุ และยิ่งอายุมากความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ก็มากตามไปด้วย
  • ส่วนใหญ่จะพบได้มากที่สุดในคนผิวขาว (Caucasian)
  • เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่ง 50% ของคนที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม คนในครอบครัวจะเป็นโรคนี้มาก่อน และพบว่าในฝาแฝดจะเกิดโรคนี้ได้เหมือนกัน
  • พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
  • ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนและไม่ได้ทานยาฮอร์โมนเอสโตรเจน จะเกิดความเสี่ยงในการเป็นจอประสาทตาเสื่อมมาก
  • เกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด  รวมไปถึงโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน
  • ตาได้รับแสงแดดอย่างเรื้อรัง
  • คนที่มีสายตายาว (Hyperopia) มีโอกาสเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมได้มากกว่าคนที่มีสายตาสั้นหรือสายตาปกติ
  • รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่หรือรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และอาจขาดสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิดอย่างลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin)
  • ดื่มสุราเยอะ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัดมีโอกาสเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 6 เท่า และเป็นโรคนี้เร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 10 ปี ยิ่งผู้ที่สูบบุหรี่แล้วมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคจอประสาทตาเสื่อมยิ่งเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคนี้ได้ถึง 30 เท่าทีเดียว

การรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อม

โรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันและชะลอการป่วยของโรคได้ ซึ่งแบ่งการรักษาตามชนิดได้ ดังนี้

การรักษาจอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง

  1. หลีกเลี่ยงแสงแดด เมื่อต้องอยู่กลางแจ้งก็ให้ใส่แว่นกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีได้อย่างน้อย 90% 
  2. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างผักใบเขียว เป็นต้น
  3. หาอาหารเสริมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมาทานอย่างวิตามินซี วิตามินอี สังกะสี เบต้าแคโรทีน
  4. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มสุรา
  5. ไปหาแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามอาการและความผิดปกติของจอประสาทตา
  6. การรักษาด้วยเลเซอร์อาจได้ประโยชน์และมีความจำเป็นในผู้ป่วยบางราย

การรักษาจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก

  1. รักษาด้วยแสงเลเซอร์ การรักษาด้วยวิธีนี้แค่ช่วยคงสภาพการมองเห็นที่เหลืออยู่ไว้ มีอยู่ 2 วิธี คือ การรักษาด้วยการฉายแสงเลเซอร์ (Laser Photocoagulation) และการรักษาด้วยวิธีโฟโตไดนามิก(Photodynamic therapy – PDT) 
  2. การรักษาด้วยการฉีดยากลุ่ม Anti-VEGF(Anti-vascular endothelial growth factor)วิธีนี้เป็นการรักษาแนวใหม่ที่ช่วยยับยั้งสาเหตุของการเกิดโรคได้ตรงจุดมากขึ้นกว่าเดิม
  3. การผ่าตัด Submacular surgery เป็นการผ่าตัดเอาเส้นเลือดเกิดใหม่ออกมา
  4. การใช้เครื่องมือช่วยการมองเห็น(Low vision aids) ใช้ในกรณีที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้เครื่องมือช่วยในการมองเห็น เช่น แว่นขยาย แว่นตาอ่านหนังสือ กล้องส่องทางไกล เป็นต้น

การป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม

โรคจอประสาทตาเสื่อมยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผล แต่สามารถชะลอความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ได้ ดังนี้

  1. เข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่คนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมมาก่อน
  2. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างผักใบเขียว ธัญพืช เนื้อปลา เป็นต้น
  3. เน้นการรับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน โดยเฉพาะลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin)
  4. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และควันบุหรี่
  5. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนหรือผอมเกินไป
  7. หากต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดจัด ก็ให้สวมแว่นตากันแดดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีได้อย่างน้อย 90% ขึ้นไปด้วย

เห็นมั๊ยคะว่าโรคจอประสาทตาเสื่อมถึงแม้ว่าเป็นแล้วจะรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่ถ้าคุณรักษาร่างกายให้แข็งแรงและทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ช่วยชะลอการเกิดโรคนี้ได้แล้วล่ะ

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 78%

78%

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 3.5 ( 3 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.