เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / 4 วิธีการรักษาต้อเนื้อ ไม่ต้องลอก ไม่ต้องผ่า หายเร็ว

4 วิธีการรักษาต้อเนื้อ ไม่ต้องลอก ไม่ต้องผ่า หายเร็ว

ต้อเนื้อ

เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของตาเกิดขึ้น ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที เพราะนั่นอาจทำให้เป็นโรคต้อเนื้อได้ ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายจึงต้องดูแลมันให้ดีสักหน่อย ถึงแม้จะดูว่าสายตาปกติ แต่ก็ไม่แน่คุณอาจเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาอะไรสักอย่าง เช่น ต้อเนื้ออยู่ก็ได้

ต้อเนื้อคืออะไร?

          ต้อเนื้อ,ต้อลิ้นหมา หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Pterygium เป็นโรคตาที่เกิดจากเยื่อบุตาเสื่อมและหนาตัวขึ้นไปงอกบนกระจกตา มักพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา ต้อเนื้อจะค่อยๆลุกลามเข้าไปในตาดำ แล้วเข้าไปปิดรูม่านตา ทำให้ตามัวมองเห็นอะไรไม่ชัด

สาเหตุของต้อเนื้อ

          ต้อเนื้อพบมากในประเทศเขตร้อนที่ค่อนข้างแห้งแล้ง กันดารและมีฝุ่นเยอะ ส่วนประเทศที่อากาศหนาวมักไม่ค่อยพบโรคนี้เท่าไหร่ ส่วนประเทศไทยพบมากในแถบภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ เป็นต้น มักพบในวัยที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปและพบมากในวัยที่มีอายุ 30 – 55 ปี ส่วนอัตราการเกิดต้อเนื้อนั้น ผู้หญิงกับผู้ชายมีโอกาสเป็นเท่าๆกัน

          ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดต้อเนื้อนั้น ยังไม่มีระบุแน่ชัด แต่ส่วนใหญ่จะเกิดจากการโดนแสงแดดเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานกลางแดดอย่าง ชาวนา ชาวสวน ชาวประมง คนงานก่อสร้าง ฯลฯ มีโอกาสเป็นมากกว่าคนที่อยู่แต่ในที่ร่มหรือห้องแอร์ นอกจากนี้การโดนฝุ่น ควัน ลม ทราย สารเคมี ความร้อน มลพิษทางอากาศเป็นประจำหรือเป็นตาแห้ง ก็มีโอกาสเป็นต้อเนื้อได้เหมือนกันรวมถึงวัยทำงานที่ต้องนั่งอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันและวัยหนุ่มสาวที่จ้องแต่โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ก็มีความเสี่ยงเป็นต้อเนื้อได้เช่นกัน นอกจากนี้ปัจจัยทางด้านกรรมพันธุ์ก็มีส่วนที่ทำให้เป็นโรคนี้ด้วย


Pterygium || what is pterygium || treatment and surgery options

วิธีการรักษาต้อเนื้อ

  1. หากพบว่าตัวเองเป็นต้อเนื้อจริงก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นโรคมะเร็ง ไม่ได้ทำให้เสียชีวิตได้และการรักษาก็ทำได้ง่าย เพียงแต่อย่าไปใช้วิธีโบราณอย่างตัดต้อด้วยก้านกระเทียมหรือกระชาย เพราะมันไม่หายขาดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงได้ และที่สำคัญคนทำไม่ใช่หมอจริงๆ ไม่ควรจะไว้ใจให้เค้ารักษาให้เด็ดขาด
  2. ในกรณีที่เป็นน้อย ไม่มีการอับเสบหรือต้อเนื้อไม่ลามเข้ากระจกตาหรือตาดำ ก็ไม่ต้องเข้ารับการรักษาหรือผ่าตัด เพราะไม่มีอันตราย แต่ควรจะหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ต้อเนื้อลุกลามมากขึ้นอย่างแสงแดด ฝุ่น ควัน ทราย ลม สารเคมี หากมีความจำเป็นต้องออกแดดก็กลางร่ม ใส่หมวกด้วยหรือหาแว่นกันแดดมาสวมใส่
  3. หากรู้สึกระคายเคืองตา ตาแดงหรืออับเสบก็อาจใช้ยาหยอดตาเพื่อลดการอับเสบ แต่หากหยอดตาไปแล้วไม่ได้ผล ยังไม่หายระคายเคืองหรือแสบตา แพทย์ก็อาจจะให้ยาหยอดตาสเตียรอยด์ (Steroid eye drops) ที่จะทำให้สบายตาได้เร็วแต่ไม่ได้ทำให้ต้อเนื้อหายไปถาวร ให้ใช้หยอดตาตามที่แพทย์สั่งหรือเท่าที่จำเป็น หรือเมื่อรู้สึกดีขึ้นก็ให้หยุดใช้ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากยาได้ อย่างโรคต้อหิน โรคต้อกระจก ซึ่งโรคเหล่านี้อันตรายและรุนแรงกว่าโรคต้อเนื้อมาก
  4. ส่วนการผ่าตัดต้องรอให้ต้อเนื้อลามเข้าไปในกระจกตาดำประมาณ 3 – 4 มิลลิเมตรก่อนหรือมีอาการมากจนตามัว มองเห็นอะไรไม่ชัดถึงจะทำการผ่าตัดได้ ซึ่งการผ่าตัดก็ไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้วิธีหยอดหรือฉีดยาชาเฉพาะที่เพียงเล็กน้อยตรงบริเวณที่เป็นต้อเนื้อเท่านั้น โดยแพทย์จะใช้เวลาในการเอาต้อเนื้อออกเพียง 15 – 30 นาที ไม่เจ็บปวดระหว่างทำการผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลด้วย ผ่าตัดแล้วกลับบ้านได้ทันที

แต่กรณีที่คนไข้มีอายุน้อยและเป็นต้อเนื้อไม่มาก หากรีบทำการผ่าตัด โอกาสที่ต้อเนื้อจะกลับมาเป็นซ้ำมีเยอะมากและต้อเนื้อใหม่จะลุกลามเร็ว หากแพทย์บอกว่าไม่อันตรายและไม่ต้องทำการผ่าตัดก็ไม่ต้องทำ เพราะบางคนห่วงสวย อยากจะเอาออก ซึ่งถ้าเอาออกจะเกิดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำและรุนแรงกว่าเดิมมาก แต่ก็ป้องกันได้โดยการวางแร่รังสีบีตาในบริเวณแผลที่ลอกเพื่อเข้าไปช่วยทำลายหลังการผ่าตัด หรือการใช้ยาหยอดตาอย่างไมโตมัยซินซี (Mitomycin C – MMC) หยอดตาหลังการผ่าตัด ซึ่งวิธีนี้ได้ผลดีมากแต่ก็ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ฝุ่น ลม ควัน สารเคมี ความร้อนด้วยเช่นกัน

ส่วนในคนไข้ที่เป็นต้อเนื้อซ้ำหลังการผ่าตัด ต้องทำการผ่าตัดลอกต้อเนื้อออกอีก ซึ่งการผ่าตัดจะทำได้เรื่อยๆส่วนมากเพียงแค่ 2 ครั้งก็หายขาดแล้ว แต่สำหรับคนไข้บางคนอาจจะมีการผ่าตัดครั้งที่ 3 ถึงจะหายขาด

เพราะดวงตาเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการมองเห็น เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ ก็ต้องรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างที่บอกไปถึงแม้โรคที่เกี่ยวกับดวงตาอย่างต้อเนื้อจะไม่เป็นอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตแต่ก็ร้ายแรงที่สามารถทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นไม่ควรละเลยที่จะดูแลและถนอมสายตาคู่นี้คู่เดียวของเราเด็ดขาด เพื่อจะได้มองเห็นความสวยงามบนโลกใบนี้ได้อย่างยาวนานค่ะ

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 88%

88%

คะแนนโหวต

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 4.43 ( 7 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.