เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / 7 วิธีการบริหารสายตา คลายความอ่อนล้า

7 วิธีการบริหารสายตา คลายความอ่อนล้า

บริหารสายตา

ช่วยให้ลูกตาคลายความเมื่อยหล้าได้ ที่ต้องมีการบริหารดวงตาก็เพราะว่าดวงตานอกจากจะเป็นอวัยวะสำคัญที่ใช้ในการมองเห็นแล้ว ยังเป็นอวัยวะที่มีการใช้งานมากที่สุดด้วย โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา หรือวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ชอบจ้องแต่หน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เมื่อมีการใช้สายตาอยู่ตลอด แน่นอนว่าความเมื่อยหล้าของสายตามาเยือนแน่ๆ ดังนั้นจึงต้องควรหยุดพักสายตาสักหน่อยและมาบริหารสายตากันเพื่อให้ลูกตาฟื้นฟูจากความเมื่อยหล้าและเพื่อป้องกันการเกิดโรคต้อหินด้วยค่ะ


9 วิธีบริหารดวงตา ง่ายๆคลายความเมื่อยล้า

ลองคิดดูว่าสายตาของเรามีเพียงคู่เดียว หากไม่รักษาดูแลให้ดี สายตาก็คงจะใช้ไม่ได้ ทำให้มองเห็นอะไรไม่เห็น โลกของเราก็คงจะมืดมิด ทรมานแน่ๆ และปัจจุบันนี้ใครๆก็มีสมาร์ทโฟน จึงกลายเป็นสังคมก้มหน้า มองแต่หน้าจอโทรศัพท์อย่างน้อยก็วันละ 1 – 2 ชั่วโมง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสายตาแน่ๆ แม้ว่าตอนนี้อาจยังไม่เห็นผลเสียต่อสายตา แต่ในระยะยาวก็ไม่ส่งผลดีแน่ จะให้เราหลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะบางคนต้องใช้สิ่งเหล่านี้ในการทำงาน แต่เราสามารถรับมือได้

>>อาหารบำรุงสายตา แก้อาการเมื่อยล้าดวงตาได้จริงหรือ?

วิธีการบริหารสายตาผ่อนคลาย ดวงตา

  1. กลอกตาทุกชั่วโมง  นี่เป็นท่าบริหารสายตาง่ายๆที่ช่วยบรรเทาความเมื่อยหล้าได้อย่างดี เพียงแค่กลอกตาเป็นวงกลมอย่างต่ำประมาณ 1 นาที ท่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการพักสายตาจากแสงและรังสีของคอมพิวเตอร์แต่ยังเป็นการนวดลูกตาให้คลายความเกร็งเครียดได้อีกด้วย แต่หากอยากผ่อนคลายมากขึ้น จะลองเงยหน้าแล้วหมุนคอเป็นวงกลมด้วยก็ได้ จะได้สบายขึ้นอีกระดับหนึ่ง
  2. กะพริบตาทุก 4 วินาที  สาเหตุหลักที่ทำให้เรารู้สึกตาแห้งและเพลียสายตา นั่นคือการที่เราไม่ยอมกะพริบตานั่นเอง ยิ่งต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แล้วเคร่งเครียด ใช้สมาธิจนลืมกะพริบตาโดยไม่รู้ตัวเลยก็มี ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตาแห้งและเมื่อยหล้าควรจะกะพริบตาให้ได้ทุกๆ 4 วินาทีค่ะ
  3. ละสายตาไปมองอย่างอื่น  การใช้ลูกตาเพ่งอยู่กับสิ่งใดเป็นเวลาเกินหนึ่งชั่วโมง ความเมื่อยหล้าจะถามหาได้ ฉะนั้นอย่างน้อยทุกๆ 1 ชั่วโมง ควรจะละลูกตาไปมองอย่างอื่นบ้างหรือลุกออกไปเดินเล่นข้างนอกสักพัก แล้วค่อยกลับเข้ามาทำงานใหม่ นอกจากจะเป็นการพักลูกตาไม่ให้เมื่อยหล้าแล้วยังถือเป็นการพักแข้งขาไล่ความปวดเมื่อยด้วย
  4. ประคบลูกตาด้วยฝ่ามือ  นี่ก็อีกเป็นหนึ่งวิธีในการบริหารสายตาแบบง่ายๆ หากรู้สึกเมื่อยหล้าให้ถูฝ่ามือทั้งสองข้างพอให้เกิดความร้อนนิดๆ จากนั้นก็หลับตาแล้วทำมือเป็นรูปทรงคล้ายถ้วย เอามือมาประคบลูกตาทั้งสองข้างทิ้งไว้สักครู่ ให้ไออุ่นจากมือคลายความเมื่อยหล้าสักพัก อาจจะนึกถึงบรรยากาศที่น่าพักผ่อนอย่างป่าเขาหรือชายทะเล หรือจินตนาการถึงสิ่งสวยงามอย่างดอกไม้ ต้นไม้ ไปด้วยก็ได้ค่ะ
  5. ซิทอัพลูกตา  ไม่ได้มีเพียงแต่ซิทอัพร่างกาย ลูกตาก็ทำการซิทอัพด้วยเหมือนกัน โดยการหลับตาลงแล้วเหลือบตาขึ้นลงสักพัก จากนั้นก็ลืมตาแล้วกวาดตามองผ่านๆประมาณ 1 นาที เสร็จแล้วเริ่มทำใหม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ให้หลับตาแล้วเหลือบตาไปซ้ายขวาประมาณ 1 นาที จากนั้นลืมตา มองผ่านๆอีกรอบ เว้นระยะห่างสัก 2 – 3 นาที แล้วเริ่มซิทอัพตาใหม่อีกครั้ง หรือจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น
  6. กวาดสายตาระยะไกล  ขณะที่เรากำลังเพลินหรือกำลังเคร่งเครียดกับงานที่ทำบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เราจะไม่รู้ตัวว่ากำลังยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ ซึ่งสาเหตุนี่แหละที่ทำให้ลูกตาเกิดความเมื่อยหล้าขึ้นได้ ทางที่ดีควรถอยห่างออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และปรับระยะโฟกัสสายตาตัวเองบ่อยๆ อาจจะถอยออกไปอยู่หน้าประตูห้องหรือมุมไหนของห้องก็ได้ที่ทำให้เห็นภาพรวมของห้องมากที่สุด จากนั้นทำการกวาดลูกตามองสิ่งต่างๆในห้องเป็นวงกลม แค่นี้ก็เป็นการยืดเส้นยืดสาย คลายความเมื่อยหล้าให้กับลูกตาแล้ว
  7. โฟกัสภาพไกลและใกล้  ให้เหยียดแขนซ้ายไปให้สุดแขน แล้วยกนิ้วชี้ซ้ายขึ้นเพื่อให้เป็นจุดโฟกัส ในขณะเดียวกันก็ให้ยกนิ้วชี้ขวาห่างจากใบหน้าสัก 3 นิ้ว หรือประมาณ 7.5 เซนติเมตร โดยเพ่งมองนิ้วแต่ละนิ้วสลับกันไปมา ทำบ่อยๆก็ช่วยคลายความเมื่อยหล้าของลูกตาได้ดีทีเดียว

แก้ปวดหัวปวดตา เล่นคอมนาน

                นอกจากท่าการบริหารสายตาเหล่านี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่พอจะทำได้ง่ายๆเลยก็คือวางมือจากสมาร์ทโฟนหรือละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บ้าง แล้วออกไปหาอะไรอย่างอื่นทำ อย่างการปลูกต้นไม้ วาดภาพ ระบายสี ก็จะช่วยให้ปลอดภัยจากการแผ่รังสีอันตรายจากหน้าจอเหล่านี้ไปได้บ้าง และที่สำคัญเลยคือไม่เล่นสมาร์ทโฟนแท็บเลตหรือใช้คอมพิวเตอร์ในที่มืดด้วย เพราะเป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายลูกตาอย่างรุนแรงเลยล่ะ

หากเราหาทางป้องกันลูกตากันตั้งแต่เนิ่นๆและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เข้าข่ายทำให้ลูกตาเสียและเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับดวงตาพร้อมกับเข้ารับการตรวจสุขภาพตาประจำปีไปด้วย ก็จะทำให้ดวงตาสวยๆอยู่คู่กับเราไปได้นานแสนนานเลยทีเดียว

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 89%

89%

คะแนนโหวต

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 5 ( 1 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.