เรื่องเด่น
Home / สุขภาพตา / 4 ปัญหาสายตาของคนติดมือถือ

4 ปัญหาสายตาของคนติดมือถือ

ปัญหาสายตา

ดวงตา ถือว่าเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมากของคนเรา เพราะมันคืออวัยวะเดียวที่เราจะสามารถใช้มองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวของเราได้ ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ แต่ดวงตานั้นถือว่าเป็นอวัยวะที่ต้องการดูแลเป็นอย่างดี เพราะหากเราใช้งานได้ไม่ถูกต้องหรือปล่อยปละละเลย อาจจะทำให้เกิดปัญหากับดวงตาหรือที่เรารู้จักกันในชื่อปัญหาทางสายตา


อาการผิดปกติทางสายตา

ปัญหาทางสายตาคืออะไร

ปัญหาทางสายตา คือ อาการที่ดวงตาเกิดความผิดปกติในการมองเห็น ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเจ้าของสายตา โดยเกิดจากอายุขัยของดวงตาร่วมกับพฤติกรรมของตัวผู้ป่วยเองเช่นกัน ซึ่งแต่ละท่าจะมีปัญหาทางสายตาที่แตกต่างกันออกไปตามการใช้สายตาของแต่ละบุคคล ซึ่งปัญหาทางสายบางอย่างนั้นสามารถรักษาหรือบรรเทาได้ง่าย แต่ก็มีบางปัญหาที่จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์เช่นเดียวกัน

ปัญหาทางสายตามีอะไรบ้าง

จากผลสำรวจและวิจัยทั่วโลกพบว่าจำนวนของผู้ที่ปัญหาทางด้านสายตานั้นสามารถพบเจอได้ตั้งแต่เด็กๆไปจนถึงผู้ใหญ่วัยชราเลยทีเดียว โดยปัจจุบันปัญหาทางสายที่เราสามารถพบเจอได้บ่อยนั้นประกอบไปด้วย

  1. สายตาสั้นสายตายาว คือความผิดปกติของสายตาจนทำให้มองวัตถุในระยะไกลได้ไม่ชัดเจน แต่ยังคงมองเห็นวัตถุใกล้ๆ ได้ชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาทางสายตาแรกๆที่คุณพ่อคุณแม่มักจะพบเจอได้กับลูกๆ เพราะจะทำให้อ่านตัวหนังสือได้ไม่ชัด ทำกิจกรรมได้ลำบาก และจำเป็นที่จะต้องใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เสมอ
  2. สายตายาว อาการสายตายาวนั้นมักจะเกิดขึ้นเมื่ออายุของคนเราเพิ่มขึ้น โดยจะสามารถมองเห็นวัตถุได้อย่างชัดเจนในระยะที่ไกล แต่กลับมองเห็นในระยะใกล้ๆได้ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก โดยจะเริ่มเห็นว่าตนเองสายตายาวขึ้นเมื่ออายุประมาณ 40 ขึ้น
  3. สายตาเอียง สามารถมองเห็นในระยะใกล้ได้ดีกว่ามองไกล แต่ภาพที่เห็นจะไม่ชัดเจนแม้ว่าจะใกล้ก็ตาม ทำให้ส่งผลร้ายต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยสายตาของผู้ป่วยแต่ละข้างจะมีควาเอียงที่ไม่เหมือนกัน จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้เลนส์ที่แตกต่างกันออกไป
  4. โดยปัญหาทางสายตายอดนิยมทั้ง 2 แบบนั้นสามารถทดแทนได้ด้วยการสวมใส่แว่นตาที่มีเลนส์เหมาะกับสายตาของตนเอง ใช้คอนแทคเลนส์ หรือเลือกทำ LASIK เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาทางสายตา

ปัญหาทางสายตานั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ทางกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้สายตาของแต่ละคน เช่น

  • ใช้สายตาในที่มืด หากคุณเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือในที่มืด ดูโทรทัศน์ หรือเล่นมือถือสมาร์ทโฟนในที่มืด ส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาและม่านตาต้องทำงานหนัก ทำให้คุณสายตาสั้นหรือเส้นประสาทตาถูกทำลายได้ในระยะยาว
  • ไม่สวมแว่นตากันแดดขณะขับรถหรืออยู่กลางแดดจ้า เพราะรู้หรือไม่ว่ารังสียูวีส่งผลเสียต่อกระจกตาและดวงตาได้โดยตรง
  • อ่านหนังสือในขณะนั่งรถ การอ่านหนังสือจำเป็นที่จะต้องใช้สายตาต้องเพ่งตลอดเวลา แต่ในขณะที่รถวิ่งนั้นจะเกิดสั่นสะเทือนจนทำให้สายตาต้องพยายามโฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้มากขึ้น เป็นสาเหตุให้รู้สึกปวดหัวและสายตาเสียได้ในอนาคต
  • นั่งติดหน้าจอนานเกินไป ใครที่ชอบนั่งดูทีวี คอมพิวเตอร์ หรือมือถือสมาร์ทโฟนแบบใกล้ๆ รังสีหรือแสงจากหน้าจอเหล่านี้ส่งผลเสียต่อดวงตา ทำให้ตารู้สึกล้า ตาแห้ง ปวดหัว และทำให้เกิดปัญหาสายตามากมาย
  • ลืมถอดคอนแทคเลนส์ก่อนนอน ถือว่าเป็นเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตรายต่อดวงตาเป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำให้ดวงตาติดเชื้อ เกิดแผลเป็นเยื่อบุตาอักเสบ และหากเรื้อรังส่งผลทำให้ตาบอดได้เลยทีเดียว
  • ขยี้ดวงตา การขยี้ดวงตาจะทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ดวงตาของเราผ่านดวงตาได้ ทำให้เปลือกตาเกิดอาการระคายเคือง ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ ตาแดง และกระจกตาฉีกขาดได้
  • ได้รับการบาดเจ็บ ดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางหากเกิดอุบัติเหตุจากกิจกรรมต่างๆ  และไม่เข้ารับการรักษาโดยจักษุแพทย์ อาจจะทำให้เกิดปัญหาสายตาตามมาได้หลายชนิด
  • การสูบบุหรี่ บุหรี่ส่งผลทำให้เลือดไปเลี้ยงดวงตาได้น้อยลง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียต่อดวงตาจนทำให้เกิดปัญหาทางสายตาแทบทั้งสิ้น หากสามารถหลีกเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสายตาได้มากยิ่งขึ้น


ปัญหาสายตาและการมองเห็น ตอน…สายตาสั้น

ปัญหาสายตาส่งผลอย่างไรต่อชีวิตประจำวัน

ดวงตา สายตา และการมองเห็นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิตประจำ หลายคนที่เกิดปัญหาทางสายตา อาจจะทำให้การทำกิจกรรมไม่สะดวกเท่าที่ควร เช่น การว่ายน้ำ ดำน้ำ การออกกำลังกาย การแข่งกีฬา การทำงานบางชนิด หรือหากมีความรุนแรงมากๆอาจจะส่งต่อการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปเลยทีเดียว ฉะนั้นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางสายตาจึงสำคัญกว่าการมานั่งรักษาในภายหลัง

ปัจจุบันปัญหาทางสายตาพบจำนวนสูงขึ้นตั้งแต่อายุช่วง 10 – 15 ปี เนื่องด้วยพฤติกรรมของเด็กๆที่มักจะติดมือถือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือการใช้สายตาในแบบผิด จึงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะดูแลและให้คำแนะนำกับเด็กๆถึงโทษจากปัญหาทางสายตา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสายตาในอนาคตได้

มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน - 90%

90%

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

User Rating: 0 ( 2663 votes)

Check Also

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ประโยชน์ของยาหยอดตาและป้ายตาที่ควรรู้

ยาหยอดตาและป้าย …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.